Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2559 ณ ตำนานป่า รีสอร์ท จังหวัดระยอง คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กำหนดจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการประจำปี 2559 หลักสูตร “เสริมศักยภาพการทำงานเป็นทีม (Team Building)”

ตลอดช่วงการสัมมนาในครั้งนี้ ได้รับการดูแลจากมัคคุเทศก์ บริษัทหนุ่มสาวทัวร์ ในวันแรกออกจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท ไปศึกษาเส้นทางธรรมชาติทุ่งโปรงทอง ป่าชายเลนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดระยอง มีพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ได้มีการปรับปรุงพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีสะพานไม้ทอดยาวเป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติของป่าชายเลน เหล่าพันธุ์ไม้นานาชนิด ได้แก่ โกงกาง ไม้โปรง ต้นลำพู และไม้ชายฝั่ง ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรไปสิ้นสุดที่ทะเลประแสซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือรบหลวงประแส ชาวคณะวิทย์ฯเก็บภาพความประทับใจกันอย่างสนุกสนาน ในช่วงบ่ายเดินทางไปยังหาดสวนสน อ.เมือง จ.ระยอง ร่วมกันทำกิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร (CSR) โดยร่วมรณรงค์เก็บขยะบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ถ่ายภาพร่วมกันหลังจากจบกิจกรรม แล้วเดินทางต่อไปยังที่พัก ตำนานป่า รีสอร์ท พักผ่อนตามอัธยาศัยโดยมีกิจกรรมต่างๆที่ทางรีสอร์ท จัดเตรียมไว้ อาทิ ปั่นจักรยาน ดูดวง นวดตัว สวนน้ำ จากนั้นรับประทานอาหารเย็นร่วมกันและร่วมร้องเพลงบนเวทีด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน

วันที่สองของการสัมมนา รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิดกิจกรรม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด อมรสมานกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีม เกิดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และมุ่งผลสัมฤทธิ์ไปในทิศทางเดียวกัน มีทัศนคติที่ดี มีจิตสำนึกรักองค์กร มีความเข้าใจและรับรู้ถึงศักยภาพของตนเอง ปรับเปลี่ยนความรู้สึกด้านลบต่อองค์กร เพื่อนร่วมงานและตนเองใหม่ และกระตุ้นให้เกิดความรัก และผูกพันระหว่างบุคลากรภายในองค์กรของตน โดย อาจารย์ดรัณภพ อ้นศรี วิทยากรอบรมจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นผู้ดำเนินกิจกรรม Team Building ต่อมาในช่วงค่ำเข้าสู่ช่วงงานเลี้ยงสังสรรค์ ในธีมงานมนต์รักลูกทุ่ง รับชมการแสดงของภาควิชาและหน่วยงานที่ส่งเข้าประกวด บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นลูกทุ่งสร้างความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศไป คือ ทีมรวมมิตร ซึ่งมีสมาชิกในทีมจากทั้งภาควิชาและหน่วยงาน

วันสุดท้ายของการสัมมนา มีกิจกรรมไปวัดป่าประดู่ สักการะองค์พระพุทธไสยาสน์ นอนตะแคงซ้าย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สันนิษฐานว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ ดูแลรักษาเป็นอย่างดี ได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวง ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓ นอกจากนี้ยัง มีการลอดช่องที่พระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นพระวิหาร การลอดใต้โบสถ์เก่า หมายถึงการสะเดาะเคราะห์สืบชะตา ต่อจากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่สวนผลไม้ ผู้ใหญ่เสวต ชิมผลไม้บุฟเฟต์ขึ้นชื่อประจำจังหวัดระยอง อาทิ เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ ก่อนจะแวะซื้อของฝาก และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 244 คน

05

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/jul59-1.php

06วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:00 น. ณ ห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ ตึก AN1 ชั้น 3 ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดพิธีบรรจุและอำลาร่างอาจารย์ใหญ่ที่ใช้สำหรับนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ศูนย์แพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และศูนย์แพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เนื่องจากได้สำเร็จการศึกษาที่ต้องใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ พร้อมจดหมายฉบับสุดท้ายที่นักศึกษาแพทย์เขียนถึงอาจารย์ใหญ่ ก่อนนำร่างเข้าสู่พิธีสวดพระอภิธรรมในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559 และพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2558 ในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 ณ ฌาปนสถาน วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร ต่อไป

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/may59-15.php

 

11เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์นที รักษ์พลเมือง ชั้น 5 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดี พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.ณภัศศรณ์ ปัญญาสุข ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร ให้การต้อนรับผู้บริหารมหาวิทยาลัย ในฐานะที่คณะวิทยาศาสตร์ เป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการประจำมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 6/2559 ในการนี้ได้มอบ ข้าวหอมออร์แกนิคเป็นที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมประชุม และได้จัดทำวิดีโอนำเสนอ ภายใต้ชื่อ “คณะวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ภายใต้การนำของคณบดี รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ” นอกจากนี้มีการจัดเลี้ยงอาหารว่าง และอาหารกลางวัน โดยมี ศาสตราจารย์คลินิค นายแพทย์อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในการประชุมฯ

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/apr59-27.php

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2559 เวลา 14:00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม K102 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้การต้อนรับ Prof.Syed Islam จาก International of Science and Engineering, Curtin University, Australia พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.กัณยารัตน์ สุไพบูลย์วัฒน รองคณบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด อมรสมานกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายบริการการศึกษาศาลายา ศาสตราจารย์ ดร.ยงค์วิมล เลณบุรี หัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ และ ดร.ณภัศศรณ์ ปัญญาสุข ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร ร่วมหารือในการจัดทำหลักสูตร Double Degree ในสาขาวิชา Actuarial Science Chemical Engineering Materials Science หลังจากจบการหารือคณบดีมอบของที่ระลึกและถ่ายรูปร่วมกัน

15

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/apr59-26.php

วันที่ 22 มีนาคม 2559 เวลา 16.30-19.00 น. ณ ห้องประชุมอาคารสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท ศาสตราจารย์ ดร.ยงค์วิมล เลณบุรี หัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ เป็นประธานจัดกิจกรรมเสวนา “ไขความลับ อัลฟ่าโกะ การเรียนรู้แบบเชิงลึกและอนาคตของปัญญาประดิษฐ์” โดยมี อาจารย์ ดร.ไกรกมล หมื่นเดช อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านได้แก่ ดร.สรรพฤทธิ์ มฤคทัต ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีภาพ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดร.ปรัชญา บุญขวัญ ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดร. เทพชัย ทรัพย์นิธิ ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ศาสตราจารย์ ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร. กานต์ อุ่ยวิรัช Pronto Tools : Research and Development

ความเร็จของอัลฟ่าโกะ ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวมีความสลับซับซ้อนต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะทางทั้งในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ในการทำความเข้าใจ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีที่ นักศึกษาและบุคคลทั่วไปได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีนี้อย่างถูกต้อง และคาดว่าน่าจะนำความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ไปพัฒนาต่อยอดในโอกาสต่อไป

ซึ่งงานนี้มีบุคลากร อาจารย์ นักศึกษา และบุคคลภายนอกที่สนใจเข้าร่วม 300 คน

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/mar59-22.php

เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2558 เวลา 08.30 – 13.30 น. ณ ห้องการ์เด้นท์ 3-4 ชั้น 5 โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ถนนราชปรารภ กรุงเทพฯ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย หน่วยควบคุมคุณภาพและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมอาหารหมักจากถั่วเหลือง (QCTC-Soybean Fermentation) จัดการประชุม เรื่อง การสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ดำเนินการเกี่ยวกับอาหารหมักจากถั่วเหลือง มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับอาหารหมักจากถั่วเหลือง ได้รับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัยที่จะสามารถนำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงหรือนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือสามารถลดต้นทุนการผลิต โดยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนการขยายศักยภาพการจำหน่ายหรือส่งออกอาหารหมักจากถั่วเหลืองได้

ซึ่งการจัดประชุมวิชาการครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรก ที่สำคัญของหน่วย QCTC-Soybean Fermentation เพราะจะเป็นก้าวแรกที่สร้างให้เกิดความร่วมมือกันอย่างจริงจังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและหน่วยวิจัยที่เกี่ยวข้อง

เวลา 09.00 น. เปิดการประชุม โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณอมเรศ ภูมิรัตน จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวแนะนำหน่วยควบคุมคุณภาพและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมอาหารหมักจากถั่วเหลือง โดยมี ดร.กิตติพงศ์ พร้อมวงศ์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวถึง นโยบายภาครัฐฯ ในการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารขนาดกลางและขนาดย่อม จากนั้น คุณสุมาลี จิรวงศ์ศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับซอสปรุงรสและซีอิ๊วภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร และ คุณนภาจรีย์ แววรัตน์ Senior Trade Officer กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง นโยบายและแนวทางการปฏิบัติของภาครัฐในการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม งานนี้ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งประกอบด้วย นักวิชาการ บุคลากรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนบริษัทผู้ผลิตอาหารหมักจากถั่วเหลืองที่เป็นสมาชิกของชมมผู้ประกอบการซีอิ๊ว ผู้เข้าร่วมจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากสมาชิกชมรมฯ และผู้สนใจทั่วไป ประมาณ 100 ท่าน ได้รับความรู้ ความเข้าใจอย่างเต็มที่ เสร็จจากการประชุมก็เป็นการประชุมประจำปี ของชมรมผู้ประกอบการซีอิ๊ว

20

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sc.mahidol.ac.th/tha/news/activity/2558/dec58-19.htm

09 วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ณ ห้องประชุม K102 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท) — คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเสวนาเรื่อง ไขความจริงทางวิทยาศาสตร์ของ “ไข้เลือดออก” โดย ศ. ดร.ศุขธิดา อุบล ภาควิชาจุลชีววิทยา ผู้เชี่ยวชาญไวรัสเดงกี่ และ ผศ. พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ ภาควิชาจุลชีววิทยา กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิคุ้มกันและโรคติดเชื้อในเด็ก เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเกิดโรค อาการ การป้องกัน และการรักษา รวมถึงการวิจัยและพัฒนาวัคซีน

ศ. ดร.ศุขธิดา ระบุว่า พาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออกคือ ยุงบ้าน ซึ่งในประเทศไทยพบว่ามียุงที่มีเชื้อไข้เลือดออกจากการกัดผู้ป่วยโดยตรงร้อยละ 0.2-2.0 และสามารถถ่ายทอดจากแม่ยุงสู่ลูกยุงผ่านไข่ได้ ทั้งนี้เชื้อไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ มีทั้งเชื้อก่อโรครุนแรงและไม่รุนแรง สำหรับอาการของนายทฤษฎี สหวงษ์ (ปอ) ดาราหนุ่มนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเชื้อที่กลายพันธุ์หรือไม่ จนกว่าจะแยกเชื้อไวรัสและศึกษาพันธุกรรม รวมถึงคุณสมบัติของไวรัสก่อน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงของโรคเกิดจากระบบภูมิต้านทานของตัวผู้ป่วย โดยผู้ติดเชื้อครั้งที่ 2 ด้วยสายพันธุ์ที่ต่างจากครั้งแรกจะมีอาการรุนแรงมากกว่า 15-80 เท่าของคนที่ติดเชื้อครั้งแรก และถ้าการติดเชื้อในครั้งที่ 2 ข้ามสายพันธุ์ในระยะมากกว่า 6 เดือน – 2 ปี จะทำให้ภูมิต้านทานลดต่ำลง และไปส่งเสริมให้เชื้อไวรัสเพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้น เม็ดเลือดขาวไม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส 100-1,000 เท่า และไปทำลายเกล็ดเลือด การแข็งตัวของเลือดเสีย ทำลายเนื้อเยื่อผนังหลอดเลือด จนนำไปสู่ภาวะช็อค นอกจากนี้ยังมี NS1 ซึ่งเป็นท็อกซินของไวรัสเดงกี่ ถ้าเพิ่มจำนวนมากขึ้นพร้อมกับที่มีจำนวนของไวรัสมากขึ้น และไปจับกับโปรตีนบนผิวของเม็ดเลือดขาว จะทำให้ผนังหลอดเลือดรั่ว

25ผศ. พญ.อรุณี กล่าวเสริมว่า เมื่อเกล็ดเลือดถูกทำลาย ติดเชื้อในสเต็มเซลล์ที่สร้างเกล็ดเลือด และไปกดการสร้างท็อกซินต่อร่างกาย จะทำให้ผู้ป่วยมีเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เลือดออกง่าย หากมีแผล เช่น แผลในกระเพาะอาหาร แล้วรับประทานยาในกลุ่มลดไข้สูงจะไปกัดกระเพาะอาหารจะยิ่งเกิดการอักเสบ มีแผลมากขึ้น และเสียเลือดไปเรื่อย ๆ เลือดจะเข้มข้นขึ้น มีน้ำเหลืองรั่วออกมา และช็อคในที่สุด ปกติคนไทยจะรับประทานยาพาราเซตามอลลดไข้ในปริมาณที่มากเกินไป ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ ไม่เกินวันละ 6 เม็ด หรือ 1-1.5 เม็ดต่อมื้อ แต่คนที่เป็นไข้สูงมักรับประทาน 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมง เฉลี่ย 10-12 เม็ดต่อวัน ทำให้ตับมีปัญหา จึงอยากรณรงค์ให้มีการรับประทานยาลดไข้อย่างถูกต้อง รวมถึงหากสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกในช่วงกำลังมีประจำเดือน หรือขณะมีประจำเดือน ให้แจ้งแพทย์ผู้รักษา แพทย์จะให้ยาเลื่อนประจำเดือนเพื่อลดปัญหาโรคแทรกซ้อน เพราะเคยมีผู้ป่วยไข้เลือดออกเสียชีวิตขณะมีประจำเดือนมาแล้วเมื่อ 3-4 ปีก่อน

ทั้งนี้ผู้ป่วยไข้เลือดออกระยะเริ่มแรกมักแยกอาการไม่ออกกับไข้ปกติ หากมีไข้สูงเกิน 2-3 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กระบอกตา กระดูก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสภาพร่างกายด้วย ในผู้ใหญ่มักวินิจฉัยโรคได้ช้า ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว ไม่มีการวัดไข้ และมีสติดี คิดว่านอนพักฟื้นแล้วจะดีขึ้น คนที่น่าเป็นห่วงคือ คนที่อาศัยอยู่คนเดียว จากสถิติพบว่าผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดคือ ทารกแรกเกิดที่ติดเชื้อขณะแม่ตั้งครรภ์ ส่วนอายุมากที่สุดคือ 92 ปี โดยกลุ่มหลักที่ติดเชื้อไข้เลือดออกมากที่สุดในขณะนี้คือ ผู้มีอายุระหว่าง 10-25 ปี

สำหรับการให้เลือดแก่ผู้ป่วย ศ. ดร.ศุขธิดา กล่าวว่า จะไม่ให้เกล็ดเลือดกับผู้ป่วยทุกราย หากไม่มีแผลเลือดออก เกล็ดเลือดจะเพิ่มปริมาณเองโดยธรรมชาติเมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้น ส่วนการบริจาคเลือดในขณะนี้ยังไม่มีการตรวจหาเชื้อไข้เลือดออกจึงน่าเป็นห่วง เพราะบางคนไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ ส่วนการพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกนั้นยอมรับว่าปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสไข้เลือดออก โดยทั่วไปอาการของโรคจะรุนแรงในวันที่ 4-5 แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์หลังจาก 2-3 วันไปแล้ว แพทย์มีโอกาสให้ยาเพียง 1-2 วันจึงไม่สามารถรักษาได้ทัน ความหวังจึงอยู่ที่การใช้วัคซีนป้องกันเพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน โดย ศ. นพ.ณัฐ ภมรประวัติ และ รศ. ดร.สุธี ยกส้าน เป็นนักวิจัยกลุ่มแรกในโลกที่พัฒนาเชื้อไวรัสเดงกี่อ่อนฤทธิ์ได้เป็นผลสำเร็จ แต่ยังไม่สามารถพัฒนาออกมาเป็นวัคซีนได้ ทั่วโลกพยายามทำวิจัยและพัฒนาวัคซีนจากไวรัสเชื้อเป็นและเชื้อตาย และโปรตีนบางส่วนของไวรัส แต่ที่พัฒนาได้ไกลที่สุดคือ นำโปรตีนของเปลือกหุ้มไวรัสมาโคลนอยู่ในไวรัสไข้เหลืองและใช้ในแอฟริกา จากการทดสอบในประชากรพบว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดเพียงร้อยละ 60 และครอบคลุมเฉพาะเดงกี่ที่มีอยู่ 4 สายพันธุ์ โดยฉีดเข้าไปพร้อมกัน แต่เกิดปัญหาการต่อสู้กันเองของแต่ละสายพันธุ์ ทำให้ภูมิต้านทานไม่เท่ากัน อีกทั้งไม่ครอบคลุมถึง NS1 ท็อกซินของไวรัสที่ก่อปัญหา

            “ปัจจุบันนักวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ในการพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูกเพื่อป้องกันไข้เลือดออกสายพันธุ์ที่ 3 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ได้ยากที่สุด หากประสบความสำเร็จก็จะขยายผล ให้ครบทั้ง 4 สายพันธุ์ เหตุที่ใช้การพ่นทางจมูกเนื่องจากการให้วัคซีนโดยการฉีดประมาณ 3-4 ครั้ง เด็กมักงอแง การพ่นจมูกจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด โดยนักวิจัยจะทำการทดลองกับสัตว์ในห้องปฏิบัติการเป็นเวลาประมาณ 1 ปี ก่อนทำการทดลองในคนซึ่งต้องทำกับคนที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อนเท่านั้น จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการทำวิจัยเกี่ยวกับไข้เลือดออกและการผลิตบุคลากรระดับปริญญาเอกเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าใช้งบประมาณ 200-300 ล้านบาท ทั้งนี้ปัญหาสำคัญของโรคติดเชื้อในผู้ใหญ่ คือ ความรวย เพราะการใช้ชีวิตที่สุขสบายตั้งแต่เด็กจะทำให้มีภูมิต้านทานต่ำ มีโอกาสติดเชิ้อได้มากขึ้นและง่ายขึ้น” ศ. ดร.ศุขธิดา กล่าวทิ้งท้าย

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sc.mahidol.ac.th/tha/news/activity/2558/nov58-13.htm

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.