Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘ความร่วมมือ’

4 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วิทยาเขตศาลายา จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการความร่วมมือทางวิชาการ และการให้โควตานักเรียนเข้าเรียนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ( หลักสูตรนานาชาติ)” คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยเป็นการลงนามร่วมระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศนิมิตใหม่ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศมีนบุรี โรงเรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต โรงเรียนสารสาสน์วิเทศคลองหลวง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศนครราชสีมา และโรงเรียนศึกษานารี โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ลงนามหลักและรองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายบริการการศึกษา ศาลายา เป็นพยานร่วมลงนาม จุดประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและกลุ่มโรงเรียนดังกล่าวในการสนับสนุนต่อยอดทางการศึกษาของนักเรียนที่มีความสามารถและสนใจที่จะเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (หลักสูตรนานาชาติ) มีหลักสูตรทั้งหมด 6 หลักสูตร ได้แก่

  1. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Science) เป็นหลักสูตรความร่วมมือ 2 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยมหิดล และ Curtin University of Technology ประเทศออสเตรเลีย
  2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีวการแพทย์ (Biomedical Science)  เป็นหลักสูตรความร่วมมือ 2 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยมหิดล และ University of Sussex ประเทศอังกฤษ
  3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทรัพยากรชีวภาพและชีววิทยาสภาวะแวดล้อม (Bioresources & Environmental Biology) เป็นหลักสูตรความร่วมมือ 2 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยมหิดล และ State University of New York ประเทศสหรัฐอเมริกา
  4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์อุตสาหการ (Industrial Mathematics) เป็นหลักสูตรความร่วมมือ 2 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยมหิดล และ Curtin University ประเทศออสเตรเลีย
  5. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมนาโน (Materials Science and Nano Engineering) เป็นหลักสูตรที่ผู้ศึกษาจะได้รับการฝึกงานจากบริษัทชั้นนำอย่าง Western Digital (Thailand) Co., Ltd. and Siam Cement Group เป็นต้น
  6. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีวนวัตกรรม (Bioinnovation) เป็นหลักสูตรใหม่ล่าสุดที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบัณฑิตในการสร้างนวัตกรรมจากองค์ความรู้ด้านชีวภาพและการปลูกฝังชุดความคิดในการเป็นผู้ประกอบการ(entrepreneurship mindset) ซึ่งสอดรับกับนโยบายมหาวิทยาลัยมหิดลและรัฐบาลปัจจุบัน โดยเป็นหลักสูตรความร่วมมือ 2 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยมหิดล และ University of Sussex ประเทศอังกฤษ

นอกจากนั้น ยังมีหลักสูตรพิเศษสำหรับระดับปริญญาตรี เพื่อการศึกษาต่อเนื่องไปจนถึงระดับปริญญาโท และปริญญาเอกด้วย จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรปริญญาตรี-โทเร่งรัด วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีชีวภาพ) และการจัดการมหาบัณฑิต (การตลาด) และ หลักสูตรพิสิฐวิธาน และโครงการ B.Sc.-Ph.D.

โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานการศึกษา สำนักงานคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2201-5005, 5050-4 หรือ www.sc.mahidol.ac.th

25

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/aug60-4.php

Advertisements

Read Full Post »

08ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาวิจัยและเทคโนโลยียาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาคุณภาพยางล้อ และน้ำยางธรรมชาติ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษดา สุชีวะ หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง และ ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ เป็นผู้ลงนาม MOU ในวันที่ 3 สิงหาคม 2560 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม SC2 – 220 อาคารวิทยาศาสตร์ 2 มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษดา สุชีวะ หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง เผยว่า เดิมทีศูนย์วิจัยเทคโนโลยียางเคยทำ MOU ร่วมกับ MTEC เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียางครั้งแรกในปี พ.ศ.2553 ซึ่งได้สิ้นสุดระยะเวลาไปแล้วในปัจจุบัน จึงได้มีการจัดพิธีลงนาม MOU ครั้งนี้ขึ้น เพื่อความต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนายางล้อ และน้ำยางธรรมชาติ ซึ่งเป็นในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยในแต่ละปีอุตสาหกรรมยางล้อสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศกว่าปีล่ะ 100,000 ล้านบาท ส่วนอุตสาหกรรมนั้นสามารถสร้างรายได้กว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับกิจกรรมรองรับ MOU นั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษดา ได้ชี้แจงว่าขณะนี้ทางศูนย์วิจัยเทคโนโลยียางมีแผนจะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนายางล้อ เพื่อพัฒนาการออกแบบยางล้อซึ่งยังคงขาดการศึกษาวิจัยอยู่มาก โดยจะเชิญคณะวิศวกรรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และวิศวกรจาก MTEC จากมาร่วมด้วย

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะวิทยาศาสตร์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ และทางคณะวิทยาศาสตร์นั้นตระหนักว่าสิ่งที่ศูนย์วิจัยและเทคโนโลยียางได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สู่การใช้งานอย่างแท้จริง ตรงตามนโยบายหลักของมหาวิทยาลัยมหิดล คือมุ่งสู่การเป็น University of Innovation โดยเน้นให้การเรียนการสอนการวิจัย ต้องสามารถนำไปสร้างนวัตกรรม และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

นอกจากนี้ ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ ได้กล่าวปิดท้ายว่าเรื่องยางว่าเป็นวาระสำคัญของประเทศ และยังคงมีปัญหาที่มีความซับซ้อน เชื่อว่าความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานจะสามารถร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางให้ได้รับการยอมรับ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดความสอดคล้องในการพัฒนาองค์ความรู้ ทั้งนี้ขอขอบคุณผู้บริหารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ให้ความอนุเคราะห์โอกาสในการร่วมกันสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย

09

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/aug60-3-1.php

Read Full Post »

รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการในการส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาและผลิตบุคลากรประกันภัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสมาคมประกันวินาศภัย เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มีนาคม 2560 ระหว่างเวลา 10.00-12.00 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเชอราตันแกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ศาสตราจารย์ ดร.ยงค์วิมล เลณบุรี หัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ได้ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ร่วมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด อมรสมานกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร ดร.ณภัศศรณ์ ปัญญาสุข ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี โดยในการบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ชมรมนักบริหารงานบุคคล สมาคมประกันวินาศภัยได้เชิญคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเข้าร่วมประชุมเพื่อทำความเข้าใจในธุรกิจประกันวินาศภัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสมาคมประกันวินาศภัยไทยและมหาวิทยาลัย เพื่อให้การผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยตอบสนองตามความต้องการของธรุกิจประกันวินาศภัย และสามารถร่วมกันพัฒนาธุรกิจให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ช่วยกันส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในธุรกิจประกันวินาศภัย ทั้งยังให้บุคลากรทั้งของสมาคมประกันวินาศภัยไทยและมหาวิทยาลัยของรัฐได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการผลิตบัณฑิตเข้าสู่ธุรกิจอันจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสถาบันการศึกษาและธุรกิจประกันวินาศภัยอันจะเป็นประโยชน์ต่อกันในอนาคต

09.JPG

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://science.mahidol.ac.th/th/activity/mar60-27-1.php

Read Full Post »

เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน 2558 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุม K101 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท คณะวิทยาศาสตร์ ได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล (คณะวิทยาศาสตร์) โดยศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร อธิการบดี กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โดยแพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ก่อนเริ่มพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์เปิดวีดิทัศน์แนะนำคณะให้กับผู้เข้าร่วมพิธีทุกท่านรับชม โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สุดา เรียงโรจน์พิทักษ์ ประธานหลักสูตร วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เป็นผู้กล่าวเชิญ ศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ประธานในพิธี เปิดงานลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล (คณะวิทยาศาสตร์) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

โดยหลังจากที่ผู้นำของทั้งสองสถาบันได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเรียบร้อยแล้ว จึงได้แลกของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกันระหว่างผู้เข้าร่วมพิธีจากทั้งสองสถาบัน

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมเป็นพยานในพิธีลงนามข้อตกลงทางวิชาการจากทั้งสองสถาบัน ได้แก่

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

  1. ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พรชัย มาตังคสมบัติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์
  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ แดงติ๊บ รองคณบดีฝ่ายบริหาร
  3. รองศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ อสุวพงษ์พัฒนา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
  4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐินี พันธ์วิศวาส กรรมการหลักสูตรฯ
  5. รองศาสตราจารย์ ดร.นภดล ไชยคำ กรรมการหลักสูตรฯ
  6. รองศาสตราจารย์ ดร.ธนิต คูสำราญ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ
  7. รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิณ วิไลรัตน์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ
  8. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รัชภาคย์  จิตต์อารี กรรมการและเลขานุการหลักสูตรฯ
  9. อาจารย์ ดร.อจิรภาส์ พันธัย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการหลักสูตรฯ

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

  1. พันตำรวจโทสุพจน์ นาคเงินทอง รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
  2. นายศักยา ชูใหม่ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
  3. นายสุรณรงค์ ศรีสุวรรณ   ผู้อำนวยการกองนิติวิทยาศาสตร์บริการ
  4. พันตำรวจโทกฤษฎา รวบรวมทรัพย์ ผู้อำนวยการกองตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
  5. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานนิติวิทยาศาสตร์
  6. นายภูมินทร์ เนียมครู เลขานุการกรม
  7. นางวราภรณ์ พรมวิกร หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานนิติวิทยาศาสตร์

17

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sc.mahidol.ac.th/tha/news/activity/2558/sep58-29.htm

Read Full Post »

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558 ศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมมือกับ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ ดร. พัชรี เลิศฤทธิ์ ลงนามความร่วมมือ ในหลักสูตร Double Degree Program in Master Program กับ Graduate School of Engineering และ International Center for Biotechnology (ICBiotech) มหาวิทยาลัยโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

04 (1)

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sc.mahidol.ac.th/tha/news/activity/2558/apr58-21.htm

Read Full Post »

22เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมอาคารสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิด “ศูนย์นวัตกรรมแห่งแรก เพื่อมุ่งใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างนวัตกรรมที่เน้นคุณภาพแบบยั่งยืน” ร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน และ คุณดวงใจ อัศวจินตจิตร์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม Global Innovation Incubator (GII) มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท นี้ มีพื้นที่ใช้สอย 600 ตารางเมตร ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท เป็นความร่วมมือ ระหว่าง คณะวิทยาศาสตร์ และกลุ่มบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือทียูเอฟ ผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์ชั้นนำปลาทูน่าบรรจุกระป๋องอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นศูนย์ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรมร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งจะมีผลอย่างมากทั้งต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงด้านอาหาร การสร้างงาน เศรษฐกิจ สังคม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ในการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ส่วนหนึ่งคือการส่งเสริมให้เกิดการศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ระหว่างนักวิจัยในทุกระดับทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการให้ความสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาด้านต่างๆ ของทุกภาคส่วน โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงทางวิทยาการโภชนาการสมัยใหม่เข้ากับนวัตกรรมการผลิต เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรมอาหารโลก ในอนาคต

               นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน กล่าวให้ความเห็นว่า “ปัจจุบัน การสร้างคุณค่านวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้โดดเด่นและยั่งยืน การคิดค้นพัฒนานวัตกรรมจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขัน สร้างความแตกต่าง และเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมอาหารของโลก ทั้งนี้ศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ถือเป็นการตอบโจทย์หนึ่งในกลยุทธ์หลักของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณค่าทางนวัตกรรมซึ่งมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการผลักดันการเติบโตของรายได้กลุ่มให้ถึงเป้าหมายที่ 8 พันล้านเหรียญสหรัฐในอีก 6 ปีข้างหน้านี้ และในฐานะที่กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน ถือเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจอาหารอันดับต้นๆ ของโลกโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารทะเล ปลาทูน่าจึงถือเป็นวัตถุดิบที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของเราเป็นอย่างมาก และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ และสร้างนวัตกรรมความยั่งยืนให้เกิดเป็นรูปธรรมให้กับกลุ่มบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง อนึ่งการสร้างคุณค่าทางนวัตกรรมที่สำคัญ จะต้องเน้นไปที่ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้บริโภค คู่ค้าภาคเอกชน  ภาครัฐ รวมถึง นักวิชาการ ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่านวัตกรรมที่จะนำออกสู่ตลาดนั้นจะก่อประโยชน์สูงสุดและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมและผู้บริโภคอย่างแท้จริง  ซึ่งทียูเอฟ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างคุณค่านวัตกรรมดังกล่าว จึงได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอย่างเป็นทางการแห่งแรกของโลกในวันนี้  ศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความร่วมมือระดับโลกของทียูเอฟ กับนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ของทียูเอฟเองอีกด้วย”

ในส่วนของ ศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข คณบดีคณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรมร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งจะมีผลอย่างมากทั้งต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงด้านอาหาร การสร้างงาน เศรษฐกิจ สังคม และต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ในการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ส่วนหนึ่งคือการส่งเสริมให้เกิดการศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ระหว่างนักวิจัยในทุกระดับทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการให้ความสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาด้านต่างๆ ของทุกภาคส่วน การริเริ่มความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะวิทยาศาสตร์ กับเครือข่ายนักวิจัยของทียูเอฟทั่วโลก โดยการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม Global Innovation Incubator (GII) ของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน ในครั้งนี้ จะเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้านวัตกรรมด้านโภชนาการ เพื่อยังประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยและสร้างคุณค่าต่อผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อผู้บริโภคต่อไป มหาวิทยาลัยมหิดลได้รวบรวมบรรดาคณาจารย์และนักวิจัยผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมทีมวิจัยที่ศูนย์นวัตกรรมฯ ดังกล่าว เพื่อร่วมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ในอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้ทัดเทียมกับคู่แข่งในระดับโลกอันจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยมหิดลและสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป”

ทั้งนี้ ทีมคณะนักวิจัยในศูนย์นวัตกรรมของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน (Global Innovation Incubator – GII) ประกอบไปด้วยทีมนักวิจัยกว่า 60 คน ได้แก่คณะที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์  (Scientist Advisory Board -SAB) จำนวน 5 คน คณะนักวิจัยผู้ทรงคุณวุฒิ (Principle Investigator) จำนวน 16 คน และมีผู้ช่วยนักวิจัย (Research Assistant) 24 คน รวมถึงทีมนักวิจัยของทียูเอฟอีก 20 คน

โครงสร้างของศูนย์วิจัยนวัตกรรม กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน ประกอบไปด้วย 6 ฐานปฏิบัติการ (Platforms) โดยมีรายละเอียดดังนี้

               ฐานปฏิบัติการ ที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของปลาทูน่า (Fundamental Studies of TUNA)
เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความสดของปลาทูน่า เพื่อใช้ในการวิเคราะห์อายุการเก็บของปลาทูน่าแช่แข็ง การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บปลาทูน่าดิบแช่แข็ง เพื่อให้รักษาความสด เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตต่อไป ตลอดจนศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์และการระบุแหล่งอาศัยของปลาทูน่า เพื่อให้เข้าใจต่อปัจจัยที่สำคัญต่อคุณภาพของปลาทูน่า เป็นต้น

               ฐานปฏิบัติการ ที่ 2 การศึกษาปลาทูน่าเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพ และอนามัย (Health & wellness) การศึกษาคุณลักษณะทางชีวเคมี กรดอมิโน และเปปไทด์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการจากเนื้อปลาทูน่า รวมถึงการศึกษาการนำแคลเซียมจากเนื้อปลาทูน่าไปใช้ในร่างกาย โดยที่มีการวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของเนื้อปลาทูน่า และเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เพื่อทำให้เราได้เข้าใจประโยชน์ที่เราจะได้รับ จากปลาทูน่าได้ดียิ่งขึ้น

               ฐานปฏิบัติการ ที่ 3 การศึกษาเทคโนโลยีการแปรรูปใหม่สำหรับการผลิตปลาทูน่า (New Processing Technology) การหาเทคโนโลยีทางเลือกในการผลิตและแปรรูปปลาทูน่าเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ที่มีคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำ และลดมลภาวะ รวมทั้งการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างคุณประโยชน์เชิงโภชนาการแก่ผู้บริโภค

               ฐานปฏิบัติการ ที่ 4 การศึกษาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลพลอยได้จากการผลิต ผลิตภัณฑ์ทูน่า (Co-products science and technology) การศึกษาวิเคราะห์คุณสมบัติเชิงสุขภาพของส่วนประกอบจากวัสดุเศษเหลือจากปลาทูน่าเช่น เศษเนื้อ น้ำนึ่งปลาทูน่า เลือด ก้าง และหนังปลาทูน่าเพื่อนำมาต่อยอดหรือมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่นการพัฒนากระบวนการเพื่อให้ได้สารสกัดเจล โปรตีน แคลเซี่ยม และเปปไทด์ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจากกระบวนการผลิตและแปรรูปปลาทูน่าเป็นต้น

               ฐานปฏิบัติการ ที่ 5 การศึกษาคุณสมบัติทางด้านประสาทสัมผัสและความต้องการของผู้บริโภคของผลิตภัณฑ์ปลาทูน่า (Sensory properties of tuna products and consumers research) การศึกษาเพื่อทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันในการรับประทานปลาทูน่าของผู้บริโภค ทำความเข้าใจกับคุณลักษณะทางกลิ่น รส และผิวสัมผัสของปลาทูน่า เพื่อสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผู้บริโภคในตลาดต่างๆ ทั่วโลกเกิดความพึงพอใจสูงสุด

               ฐานปฏิบัติการที่ 6 การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ปลาทูน่า ตามความต้องการของตลาด (Perfect TUNA product research and development) การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประโยชน์เชิงสุขภาพ และคุณภาพของปลาทูน่าจากการศึกษาของฐานปฏิบัติการทั้ง 5 อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของผู้บริโภคทั่วโลก

โดยมีทีมคณะนักวิจัยศูนย์นวัตกรรมของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน ดังนี้
คณะที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์  (Scientist Advisory board) 5 ท่าน
1. ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์
2. ศาสตราจารย์เกียรติคุณอมเรศ ภูมิรัตน
3. รองศาสตราจารย์ศักรินทร์ ภูมิรัตน
4. ดร. โรเบิร์ต เอ เบอนส์
5. ดร. ฮอร์โดร์ จี คริสเตนส์สัน

คณะนักวิจัยผู้ทรงคุณวุฒิ (Principle Investigator) และผู้ช่วยนักวิจัย (Co-principle Investigator)
1.รศ.ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ
2.ดร. นิสา ปฏิการมณฑล
3.ดร. ณัฎฐวี เนียมศิริ
4.ผศ.ดร. อทิตยา ศิริภิญญานนท์
5.ผศ.ดร. สุภาณี ด่านวิริยะกุล
6.ดร. สิริพงษ์ ฐิตะมาดี
7.ดร. ณภัศศรณ์ ปัญญาสุข
8.รศ.ดร. จิรันดร ยูวะนิยม
9.ดร. กัลยา ประไพนพ
10.ศ.ดร. นทีทิพย์ กฤษณามระ
11.ศ.ดร. นรัตถพล เจริญพันธุ์
12.ศ.ดร. ภาวิณี ชินะโชติ
13.ผศ.ดร. สันทัด วิเชียรโชติ
14.รศ.ดร. สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา
15.รศ.ดร.นภาพร เชี่ยวชาญ
16.รศ.ดร. เสาวนีย์ จันทร์เจริญสิน
17.รศ.ดร. ชนิดา หันสวัสดิ์
18.ดร. วลีรัตน์ สินสวัสดิ์
19.ดร. นิรัชรา เลาหประสิทธิ์
20.ดร. ชยานันต์ หงษ์ฟ้า
21.ดร. ภัสริน วงศ์กำแหง
22.รศ.ดร. ธงชัย สุวรรณสิชณน์
23.รศ.ดร. เพ็ญขวัญ ชมปรีดา
24.รศ.ดร. สุนทรี สุวรรณสิชณน์
25.ผศ.ดร. วิษฐิดา จันทราพรชัย
26.รศ.ดร. วรรณวิบูลย์  กาญจนกุญชร
27.ธวัช สุธาสินีนนท์

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sc.mahidol.ac.th/tha/news/activity/2557/dec57-9.htm

Read Full Post »

On 6 October 2014, the MOU signing ceremony between Mahidol University (MU) and University of Sussex (US), UK was held at Office of the President, Mahidol University together with the signing of MOU 2+2 Dual Degree Program between Faculty of Science (MUSC) and University of Sussex, UK. The MOU between MUSC and US is aimed to offer a dual degree undergraduate program in Biomedical Science and also establish mutually beneficial relationship on academic cooperation, including the academic activities and research. By this event, Mr. Marcus Williams, Director of Student Recruitment and International Affairs, University of Sussex, Asst. Prof. Surakit Nathisuwan, Vice President for International Relations, Emeritus Prof. Aphichat Chamrathrithiron, Head of Mahidol Migration Centre, IPSR, Asst.Prof. Kanyaratt Supaibulwatana, Deputy Dean for Academic and International Cooperation, Faculty of Science, Assoc. Prof. Rossarin Gray, Deputy Director on International Relations and Informatics, Assoc. Prof. Usa Chaikledkaew, Deputy Dean for International Relations, Faculty of Pharmacy and Dr. Jiraphun Jittikoon, Department of Biochemistry, Faculty of Pharmacy joined as the witness of the ceremony.

11

See more at :  http://www.sc.mahidol.ac.th/tha/news/activity/2557/oct57-6.htm

Read Full Post »

Older Posts »